hearingscreening hearingscreening
เจ้าหน้าที่กำลังวัดเสียงสะท้อนจากหูชั้นในของทารกที่นอนหลับอยู่ในห้องที่เงียบ

hearingscreening

เรื่องพื้นฐานของการตรวจคัดกรองการได้ยินในทารก

หน้านี้รวบรวมภาพรวมของการตรวจคัดกรองการได้ยินเบื้องต้นสำหรับทารกแรกเกิดและเด็กเล็กในประเทศไทย ว่าใครควรเข้ารับการคัดกรอง ใช้วิธีใดบ้าง และเมื่อผลคัดกรองไม่ผ่านจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป เราอธิบายเฉพาะตัวขั้นตอนการคัดกรองและเส้นทางติดตามผล ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือการรักษา

เส้นทางติดตามผล

ผลคัดกรองไม่ผ่านไม่ใช่ข้อสรุป — ขั้นตอนถัดไปคือการตรวจซ้ำ และเป้าหมายร่วมของกระบวนการคือให้ได้ข้อสรุปภายในอายุ 3 เดือน

การคัดกรองการได้ยินเบื้องต้นคืออะไร

การทดสอบสั้น ๆ เพื่อดูว่าทารกหรือเด็กเล็กมีเสียงสะท้อนตอบสนองตามที่คาดไว้หรือไม่

การแยกคำว่า "คัดกรอง" ออกจาก "ประเมินยืนยัน" ตั้งแต่ต้น จะช่วยให้อ่านผลและวางแผนนัดหมายได้ถูกทาง

การคัดกรองการได้ยินเบื้องต้นคือการทดสอบสั้น ๆ ที่ทำเพื่อดูว่าทารกหรือเด็กเล็กมีเสียงสะท้อนตอบสนองตามที่คาดไว้หรือไม่ ตัวการทดสอบไม่ได้บอกระดับการได้ยินที่ละเอียด และไม่ได้สรุปว่าเด็กมีความผิดปกติหรือไม่ แต่ทำหน้าที่คัดแยกว่าควรตรวจซ้ำหรือควรเข้าสู่การประเมินยืนยันหรือไม่

ในไทยการคัดกรองกลุ่มนี้มักทำกับทารกแรกเกิดและเด็กเล็ก โดยเลือกวิธีที่รวดเร็วและไม่ทำให้เจ็บ เช่น การวัดเสียงสะท้อนจากหูชั้นใน การแยกคำว่า "คัดกรอง" ออกจาก "ประเมินยืนยัน" ตั้งแต่ต้นจะช่วยให้อ่านผลและวางแผนได้ถูกทาง

คัดกรอง
การวัดสั้น ๆ เพื่อคัดแยกว่าต้องตรวจซ้ำหรือไม่ ใช้เวลาน้อยและทำขณะเด็กอยู่นิ่งได้
ประเมินยืนยัน
ขั้นที่ให้ข้อมูลละเอียดขึ้น ต้องอาศัยการนอนนิ่งของเด็กและใช้เวลามากกว่าการคัดกรอง
ผู้ปกครองนั่งอุ้มทารกแรกเกิดในห้องรอของหน่วยบริการ ขณะเจ้าหน้าที่เตรียมอุปกรณ์คัดกรอง

ใครควรเข้ารับการคัดกรอง

ทารกแรกเกิดทุกรายถือเป็นกลุ่มที่ควรได้รับการคัดกรองการได้ยินเบื้องต้น โดยเฉพาะในช่วงแรกเกิดถึง 6 เดือน ซึ่งเป็นช่วงอายุที่ระบบบริการในประเทศให้ความสำคัญ

ทารกแรกเกิด

งานเขียนจากโรงพยาบาลพญาไทและสื่อความรู้ของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ศรีพัฒน์ ระบุว่าการคัดกรองทำได้ตั้งแต่เด็กอายุประมาณ 2 วันขึ้นไป และทำขณะเด็กหลับนิ่งได้

เด็กโตที่ยังไม่เคยคัดกรอง

การคัดกรองยังทำได้หากมีข้อสงสัยเรื่องการได้ยิน หรือมีปัจจัยเสี่ยงในครอบครัว ควรแจ้งเจ้าหน้าที่ตั้งแต่การนัดครั้งแรก

เด็กที่ยังไม่เคยคัดกรองและมีประวัติในครอบครัว

การมีประวัติคนในครอบครัวหูตึงตั้งแต่ยังเล็กไม่ได้หมายความว่าผลจะออกมาแบบใดแบบหนึ่ง แต่เป็นข้อมูลที่ช่วยให้ทีมดูแลวางแผนการตรวจซ้ำได้เหมาะสมขึ้น

วิธีคัดกรอง: OAE และ AABR

สองวิธีที่ใช้กันบ่อยในทารกแรกเกิด ทำงานต่างกัน จึงมีบทบาทต่างกันในบางกรณี

OAE เสียงสะท้อนจากหูชั้นใน

OAE คือการส่งเสียงกระตุ้นเข้าไปในช่องหู แล้วรับเสียงสะท้อนที่หูชั้นในตอบกลับมา เครื่องคัดกรองจะประมวลผลและแสดงผลให้ทราบหลังการวัดจบในเวลาอันสั้น

อุปกรณ์ชนิดนี้ต้องใช้สภาพแวดล้อมที่เงียบพอสมควร เพราะเสียงรบกวนรอบข้างมีผลต่อความน่าเชื่อถือของผล ถ้าทารกดิ้นหรือร้องระหว่างวัด เจ้าหน้าที่มักเลือกวัดซ้ำในจังหวะที่เด็กสงบมากกว่า

AABR เส้นทางสัญญาณไปยังก้านสมอง

AABR เป็นวิธีคัดกรองที่ตรวจเส้นทางสัญญาณเสียงจากหูไปยังก้านสมอง ไม่ใช่แค่เสียงสะท้อนจากหูชั้นใน จุดนี้เองที่ทำให้ AABR มีบทบาทในบางกรณีที่ OAE เพียงอย่างเดียวอาจไม่ครอบคลุม

ThaiPBS เคยอธิบายกรณี auditory neuropathy ว่าอาจไม่ถูกพบด้วย OAE อย่างเดียว จึงเป็นเหตุผลที่บางแห่งเลือกใช้ AABR ร่วมกับ OAE ในกลุ่มทารกที่มีความเสี่ยงสูง

ห้องตรวจที่จัดเตรียมไว้สำหรับการประเมินยืนยัน พร้อมอุปกรณ์วางเรียงบนถาดและหูฟังหุ้มนุ่ม

ABR และ ASSR ในขั้นตอนประเมินยืนยัน

เมื่อผลคัดกรองไม่ผ่านและตรวจซ้ำแล้วยังไม่ผ่าน ขั้นถัดไปคือการประเมินยืนยัน ซึ่ง ABR และ ASSR เป็นเครื่องมือที่ใช้ในขั้นนี้

ต่างจากการคัดกรองตรงที่ต้องอาศัยการนอนนิ่งของเด็กและใช้เวลามากกว่า เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ละเอียดขึ้นสำหรับการวางแผนติดตามผล โรงพยาบาลราชวิถีระบุว่ากรณีที่คัดกรองไม่ผ่านจะนัดตรวจซ้ำภายใน 1 เดือน และหากยังไม่ผ่านจึงส่งต่อเพื่อประเมินยืนยันด้วย ABR หรือ ASSR โดยมีเป้าหมายให้ได้ข้อสรุปภายในอายุ 3 เดือน

ทำความเข้าใจการประเมินยืนยัน

กลุ่มเสี่ยงที่ควรให้ความสำคัญเป็นพิเศษ

เด็กบางกลุ่มควรได้รับการติดตามใกล้ชิดกว่าปกติ สิ่งที่ช่วยได้มากที่สุดคือการแจ้งข้อมูลให้ทีมดูแลทราบตั้งแต่การคัดกรองครั้งแรก

  • ประวัติในครอบครัว มีประวัติคนในครอบครัวหูตึงตั้งแต่ยังเล็ก ตัวอย่างนี้ยกไว้ในสื่อความรู้ของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ศรีพัฒน์
  • ทารกที่ต้องดูแลเป็นพิเศษตั้งแต่แรกเกิด กลุ่มที่ทีมดูแลมักติดตามใกล้ชิดขึ้น และอาจเลือกใช้ AABR ร่วมกับ OAE เพื่อให้ครอบคลุมเส้นทางสัญญาณเสียงมากขึ้น
  • เด็กที่ยังไม่เคยคัดกรอง เมื่อมีข้อสงสัยเรื่องการได้ยินในเด็กโตที่ยังไม่เคยผ่านการคัดกรอง การเริ่มต้นสอบถามจากหน่วยบริการที่ดูแลอยู่เป็นทางที่ตรงที่สุด

กรอบเวลา 3 เดือนหมายถึงอะไร

เป้าหมายที่บทความไทยหลายแหล่งใช้สื่อสารร่วมกันคือให้ได้การยืนยันภายในอายุ 3 เดือน กรอบนี้ไม่ได้แปลว่าต้องรอถึง 3 เดือน แต่เป็นการบอกว่ากระบวนการควรเดินไปจนได้ข้อสรุปภายในกรอบเวลาดังกล่าว

  1. คัดกรองครั้งแรก

    ทำได้ตั้งแต่เด็กอายุประมาณ 2 วันขึ้นไป และทำขณะเด็กหลับนิ่งได้ ควรถามหน่วยบริการว่าจัดคัดกรองในช่วงใด

  2. ตรวจซ้ำเมื่อไม่ผ่าน

    แนวทางที่โรงพยาบาลราชวิถีสื่อสารคือการนัดตรวจซ้ำภายใน 1 เดือน เพราะปัจจัยระหว่างวัดมีผลต่อผลครั้งแรกได้

  3. ประเมินยืนยัน

    หากยังไม่ผ่านจึงส่งต่อเพื่อประเมินยืนยันด้วย ABR หรือ ASSR โดยมีเป้าหมายให้ได้ข้อสรุปภายในอายุ 3 เดือน

การรู้กรอบนี้ช่วยให้ผู้ปกครองวางแผนนัดหมายและติดตามผลได้ไม่ขาดตอน หากนัดหมายเลื่อน ควรสอบถามหน่วยบริการว่านัดถัดไปอยู่ในช่วงใดของกรอบเวลานี้

บริการคัดกรองในระบบสาธารณะของไทย

สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติประกาศเชิญชวนให้ทารกแรกเกิดคนไทยเข้ารับบริการคัดกรองการได้ยินฟรี โดยเป็นบริการในระบบหน่วยบริการภายใต้กองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และเนื้อหาย้ำช่วงอายุ 0-6 เดือนสำหรับการเข้ารับบริการ

การเข้าใจว่าบริการนี้ผูกกับระบบหน่วยบริการอย่างไรช่วยให้ผู้ปกครองรู้ว่าควรเริ่มสอบถามจากจุดใดก่อน โดยทั่วไปคือหน่วยบริการที่ฝากครรภ์หรือหน่วยบริการที่ดูแลทารกอยู่แล้ว

จุดที่ควรสอบถามก่อน

  • วันและช่วงเวลาที่หน่วยบริการจัดคัดกรองให้ทารก
  • วิธีที่จะใช้ในวันนั้น ว่าจะเป็น OAE หรือ AABR
  • ระยะเวลาที่ใช้ และสิ่งที่ผู้ปกครองควรเตรียมไปด้วย
  • หากผลไม่ผ่าน ขั้นตอนถัดไปคือตรวจซ้ำเมื่อไร

ผลคัดกรอง "ผ่าน" กับ "ไม่ผ่าน" อ่านอย่างไร

ผ่าน

ในการวัดครั้งนั้นไม่พบสัญญาณที่ควรสงสัย แต่ไม่ได้เป็นการรับรองสถานะการได้ยินในระยะยาว

ผลผ่านจึงเป็นข้อมูลของจังหวะที่วัด ไม่ใช่ข้อสรุประยะยาว และไม่ได้แทนที่การสังเกตพัฒนาการด้านการได้ยินของผู้ปกครองในระยะต่อไป

ไม่ผ่าน

ไม่ได้แปลว่าสรุปได้ทันทีว่ามีความผิดปกติ เพราะมีหลายปัจจัยที่ทำให้วัดไม่ได้ผล เช่น เด็กดิ้น มีเสียงรบกวน หรือมีน้ำในช่องหู

นี่คือเหตุผลที่ขั้นตอนถัดไปคือการตรวจซ้ำ ไม่ใช่การสรุปผลทันที การนัดตรวจซ้ำภายใน 1 เดือนเป็นแนวทางที่หน่วยบริการหลายแห่งใช้สื่อสารกับผู้ปกครอง

สิ่งที่ศูนย์ข้อมูลนี้ทำและไม่ทำ

เราอธิบายขั้นตอน วิธีคัดกรอง กลุ่มเสี่ยง และกรอบเวลาติดตามผล เพื่อให้ผู้ปกครองอ่านผลและเตรียมคำถามได้ดีขึ้น

สิ่งที่เราไม่ทำคือวินิจฉัย ให้คำแนะนำเฉพาะรายบุคคล หรือแทนที่การประเมินโดยทีมผู้เชี่ยวชาญ หากเป็นเรื่องของบุตรคุณโดยตรง ควรปรึกษาหน่วยบริการที่ทำการคัดกรอง

เตรียมตัวอย่างไรก่อนพาบุตรไปคัดกรอง

สิ่งที่ช่วยได้มากคือเลือกเวลาที่เด็กมักง่วงหรือหลับง่าย ลดเสียงรบกวนรอบตัวเท่าที่ทำได้ และเตรียมข้อมูลสุขภาพรวมถึงประวัติครอบครัวที่เกี่ยวข้องไปด้วย

หากเด็กมีอาการไม่สบายหรือร้องกวนมาก เจ้าหน้าที่อาจพิจารณาเลื่อนการวัดเพื่อให้ได้ผลที่น่าเชื่อถือกว่า การถามล่วงหน้าว่าวันนั้นจะใช้วิธีใดและใช้เวลาประมาณเท่าไร จะทำให้คุณเตรียมตัวได้ตรงจุดขึ้น

เตรียมก่อนถึงวันนัด

เลือกช่วงเวลาที่เด็กมักหลับง่าย นำผ้าห่มผืนที่เด็กคุ้นเคยไปด้วย และจดคำถามที่อยากถามเจ้าหน้าที่ไว้ล่วงหน้า

ข้อมูลที่ควรแจ้ง

ประวัติในครอบครัว อาการไม่สบายล่าสุด และยาที่เด็กใช้อยู่ ถ้ามี เพื่อให้เจ้าหน้าที่ประเมินจังหวะการวัดได้เหมาะขึ้น

อ่านต่อในส่วนไหนของเว็บ

แต่ละหน้าอธิบายคนละมุมของกระบวนการเดียวกัน ถ้าคุณเพิ่งเริ่มอ่าน เลือกหัวข้อที่ตรงกับคำถามที่ค้างอยู่ในใจตอนนี้

คำถามที่พบบ่อย

ห้าคำถามที่ผู้ปกครองถามบ่อยที่สุด พร้อมคำตอบสั้น ๆ ที่อ้างอิงแนวทางที่หน่วยบริการในไทยใช้สื่อสาร

ทารกแรกเกิดควรคัดกรองการได้ยินเมื่อไร

โดยทั่วไปทำได้ตั้งแต่เด็กอายุประมาณ 2 วันขึ้นไป และระบบบริการในไทยให้ความสำคัญกับช่วง 0-6 เดือน ควรถามหน่วยบริการที่ดูแลบุตรว่าจัดคัดกรองในช่วงใด

ถ้าผลคัดกรองไม่ผ่านหมายความว่าอะไร

หมายความว่าการวัดครั้งนั้นยังไม่ได้ผลตามที่คาด จึงต้องตรวจซ้ำ ยังไม่ใช่ข้อสรุปเรื่องการได้ยิน เพราะปัจจัยระหว่างวัด เช่น การดิ้นหรือเสียงรบกวน มีผลได้

OAE กับ AABR ต่างกันอย่างไร

OAE วัดเสียงสะท้อนจากหูชั้นใน ส่วน AABR ตรวจเส้นทางสัญญาณเสียงไปยังก้านสมอง บางกรณีจึงต้องใช้ทั้งสองวิธีร่วมกัน

ต้องตรวจซ้ำเมื่อไรหลังไม่ผ่านครั้งแรก

แนวทางที่โรงพยาบาลราชวิถีสื่อสารคือนัดตรวจซ้ำภายใน 1 เดือน และหากยังไม่ผ่านจึงส่งต่อเพื่อประเมินยืนยัน โดยมีเป้าหมายให้ได้ข้อสรุปภายในอายุ 3 เดือน

การคัดกรองทำให้เจ็บหรือไม่

วิธีที่ใช้กันในทารกแรกเกิดอย่าง OAE ทำขณะเด็กอยู่นิ่งหรือหลับ และไม่ทำให้เจ็บ ใช้เวลาไม่นานและทราบผลได้หลังการวัดจบ

มุมหนึ่งของบ้านในช่วงบ่ายแก่ ๆ ที่มีแสงนุ่ม ๆ ตกกระทบผ้าห่มทารกที่พับไว้

มีคำถามเรื่องผลคัดกรองของบุตรอยู่ไหม

ถ้าคุณไม่แน่ใจว่าผลที่ได้หมายถึงอะไร หรือควรนัดขั้นตอนถัดไปเมื่อไร ส่งคำถามมาที่ศูนย์ข้อมูลได้ เราจะช่วยชี้ว่าควรถามอะไรกับหน่วยบริการที่ทำการคัดกรอง และข้อมูลส่วนไหนที่ควรเตรียมไปด้วย

วันจันทร์–วันศุกร์ 09:00–18:00 น. โทร +66 2 001 9988 หรืออีเมล [email protected]