ขั้นตอนติดตามผลหลังผลคัดกรอง
การประเมินยืนยันด้วย ABR และ ASSR
การคัดกรองกับการประเมินยืนยันเป็นคนละขั้นตอน แต่ชื่อทั้งสองมักถูกใช้แทนกันในบทสนทนาทั่วไป หน้านี้อธิบายว่าทำไมจึงต้องมีขั้นประเมินยืนยัน ABR และ ASSR ทำหน้าที่อะไร และผลที่ได้ต่างจากผลคัดกรองอย่างไร
ความต่างระหว่างการคัดกรองกับการประเมินยืนยัน
การคัดกรองทำหน้าที่คัดแยก เป็นการวัดสั้น ๆ ที่บอกว่าควรตรวจต่อหรือไม่ ส่วนการประเมินยืนยันให้ข้อมูลละเอียดกว่าสำหรับใช้ประกอบการวางแผนติดตามผล ความต่างนี้เองที่ทำให้ผลคัดกรองไม่ผ่านยังไม่ใช่ข้อสรุป ขณะที่ผลประเมินยืนยันให้ภาพที่ชัดกว่า
การคัดกรองเบื้องต้นจึงเป็นเหมือนการคัดกรองว่าทารกหรือเด็กเล็กควรได้รับการติดตามผลต่อหรือไม่ ไม่ใช่การระบุว่ามีภาวะใดอยู่แล้ว เพราะผลที่ได้จากการคัดกรองมีจุดประสงค์เพียงเพื่อบอกทิศทางของการดูแลต่อ ไม่ใช่คำตอบสุดท้าย ผู้ปกครองที่เพิ่งได้ผลคัดกรองไม่ผ่านจึงไม่จำเป็นต้องตีความเกินกว่าที่ผลนั้นบอกไว้
เมื่อเข้าใจว่าสองขั้นตอนนี้ตอบคำถามต่างกัน ผู้อ่านจะเห็นว่าการประเมินยืนยันเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางการติดตามผลตามปกติ ไม่ใช่สัญญาณว่ามีสิ่งที่ผิดพลาดร้ายแรง
ผลคัดกรองไม่ผ่านไม่ใช่ข้อสรุป แต่เป็นจุดเริ่มต้นของขั้นตอนติดตามผล
เมื่อไรที่การประเมินยืนยันถูกนัด
ขั้นนี้มักเกิดหลังจากคัดกรองไม่ผ่านและตรวจซ้ำแล้วยังไม่ผ่าน โรงพยาบาลราชวิถีระบุว่าจะส่งต่อเพื่อประเมินยืนยันด้วย ABR หรือ ASSR โดยมีเป้าหมายให้ได้ข้อสรุปภายในอายุ 3 เดือน ลำดับนี้ทำให้ผู้ปกครองรู้ว่าการประเมินยืนยันไม่ใช่การตรวจคู่ขนาน แต่เป็นขั้นถัดไปของการติดตามผล
การนัดหมายจึงมักถูกจัดให้ต่อเนื่องกับการคัดกรองครั้งแรก และมีช่วงเวลาที่ชัดเจนสำหรับการติดตามผล หากไม่แน่ใจว่าขั้นตอนใดมาก่อนหรือหลัง ควรสอบถามทีมที่ทำการคัดกรองโดยตรง
ABR วัดอะไร
ABR ตรวจการตอบสนองของเส้นทางสัญญาณเสียงจากหูไปยังก้านสมอง คล้ายกับหลักการของ AABR ที่ใช้ในการคัดกรอง แต่ทำในบริบทที่ละเอียดกว่า โรงพยาบาลพญาไทระบุว่า ABR เป็นการตรวจที่ใช้ในเด็กเล็กและต้องอาศัยการนอนนิ่ง จึงมักจัดเวลาให้เด็กนอนระหว่างวัดเพื่อให้ได้ข้อมูลที่ครบถ้วน
การวัดลักษณะนี้ให้ข้อมูลที่ละเอียดกว่าการคัดกรอง และมักใช้ประกอบกับข้อมูลอื่นที่ทีมผู้ดูแลเก็บไว้ เพื่อให้เห็นภาพรวมของการติดตามผล
ASSR ต่างจาก ABR ตรงไหน
ASSR เป็นอีกวิธีที่ใช้ในขั้นประเมินยืนยัน และถูกกล่าวถึงคู่กับ ABR ในเอกสารของหน่วยบริการไทย ทั้งสองวิธีอาศัยการวัดการตอบสนองต่อเสียงเช่นกัน แต่ใช้สัญญาณกระตุ้นและวิธีการอ่านผลต่างกัน การที่หน่วยบริการเลือกใช้วิธีใดหรือใช้ทั้งสองอย่างขึ้นกับข้อมูลที่มีและคำถามที่ต้องการตอบ
- หลักการวัด
- ทั้ง ABR และ ASSR อาศัยการตอบสนองของเส้นทางการได้ยินต่อเสียงที่ส่งเข้าไป แต่ใช้รูปคลื่นสัญญาณและวิธีอ่านผลต่างกัน
- วิธีอ่านผล
- ผลของทั้งสองวิธีถูกอ่านโดยทีมผู้วัดที่มีความชำนาญ และนำไปประกอบกับข้อมูลอื่นจากการติดตามผล ไม่ได้อ่านแยกเดี่ยว
- การเลือกใช้
- หน่วยบริการอาจเลือกใช้วิธีใดวิธีหนึ่ง หรือใช้ทั้งสองวิธีร่วมกัน ขึ้นอยู่กับข้อมูลที่มีอยู่และคำถามที่ต้องการตอบในแต่ละกรณี
ทำไมต้องให้เด็กนอนนิ่งระหว่างวัด
การวัดในขั้นนี้ต้องอาศัยสัญญาณที่สม่ำเสมอ ถ้าเด็กขยับมากสัญญาณจะถูกรบกวนและอ่านผลได้ยากขึ้น การนอนนิ่งจึงเป็นเงื่อนไขสำคัญ นี่คือเหตุผลที่การนัดหมายขั้นนี้มักใช้เวลามากกว่าการคัดกรอง และอาจต้องจัดตารางให้ตรงกับช่วงที่เด็กง่วงตามปกติ
ผู้ปกครองอาจได้รับคำแนะนำให้พาเด็กเข้านอนตามเวลาปกติและจัดตารางการเดินทางให้สอดคล้องกับช่วงเวลาที่เด็กง่วง เพื่อให้การวัดดำเนินไปได้ราบรื่นและได้ข้อมูลที่ครบถ้วนในครั้งเดียว
ผลคัดกรองกับผลยืนยันอาจไม่ตรงกันได้
มีกรณีที่ผลสองขั้นไม่ตรงกัน ภาวะ auditory neuropathy เป็นตัวอย่างที่ ThaiPBS ยกมาอธิบายว่า OAE อย่างเดียวอาจไม่พบ จึงเป็นเหตุผลที่บางกรณีต้องใช้ AABR ร่วมกับ OAE การไม่ตรงกันแบบนี้ไม่ใช่ความผิดพลาดของวิธีใดวิธีหนึ่ง แต่สะท้อนว่าวิธีต่างกันวัดคนละสิ่ง
การที่ผลไม่ตรงกันจึงเป็นข้อมูลที่ทีมผู้วัดใช้ประกอบการวางแผนติดตามผลต่อ ไม่ใช่สัญญาณว่าผลใดผลหนึ่งผิด ผู้ปกครองที่เจอกรณีนี้สามารถถามทีมที่ทำการวัดได้โดยตรงว่าผลทั้งสองหมายถึงอะไรในกรณีของบุตร
เตรียมตัวอย่างไรก่อนวันนัดประเมินยืนยัน
ควรถามล่วงหน้าว่าวันนั้นจะใช้วิธีใด ใช้เวลาประมาณเท่าไร และมีข้อกำหนดเรื่องการง่วงของเด็กหรือไม่ นำข้อมูลจากการคัดกรองครั้งก่อนไปด้วย รวมถึงประวัติครอบครัวที่เกี่ยวข้อง การเตรียมข้อมูลให้ครบทำให้ทีมที่วัดอ่านบริบทได้เร็วขึ้นและลดโอกาสต้องนัดซ้ำเพราะข้อมูลไม่พอ
หากมีเอกสารหรือบันทึกผลคัดกรองครั้งก่อนอยู่แล้ว ควรนำไปด้วยทุกครั้ง และควรแจ้งทีมผู้วัดล่วงหน้าหากเด็กมีข้อจำกัดบางอย่างที่อาจมีผลต่อการวัด
-
ถามทีมผู้วัดว่าวันนั้นจะใช้วิธีใด และใช้เวลาประมาณเท่าไร
-
สอบถามเรื่องข้อกำหนดการง่วงของเด็ก เพื่อจัดตารางวันให้เหมาะ
-
นำข้อมูลการคัดกรองครั้งก่อนและประวัติครอบครัวที่เกี่ยวข้องไปด้วย
หลังได้ผลประเมินยืนยันแล้ว
ผลที่ได้จะถูกนำไปใช้ประกอบการวางแผนติดตามผล ซึ่งเป็นเรื่องที่ทีมผู้ดูแลบุตรคุณเป็นผู้พิจารณา เว็บนี้ไม่ให้คำแนะนำเฉพาะรายบุคคล หากมีคำถามว่าผลหมายถึงอะไรในกรณีของบุตรคุณ ควรถามทีมที่ทำการวัดโดยตรง และดูคำถามที่พบบ่อยของเราเพื่อเตรียมคำถามล่วงหน้าได้
ข้อมูลติดต่อศูนย์ข้อมูล
ที่อยู่ 222 ถนนพระรามที่ 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330
โทร +66 2 001 9988 · อีเมล [email protected]
วันจันทร์–วันศุกร์ 09:00–18:00 น.
คำถามที่พบบ่อยในขั้นประเมินยืนยัน
การประเมินยืนยันต่างจากการคัดกรองเบื้องต้นอย่างไร
การคัดกรองเป็นการวัดสั้น ๆ เพื่อคัดแยกว่าควรตรวจต่อหรือไม่ ส่วนการประเมินยืนยันให้ข้อมูลที่ละเอียดกว่าสำหรับใช้ประกอบการวางแผนติดตามผล สองขั้นตอนนี้ตอบคำถามต่างกัน
ABR กับ ASSR ใช้ร่วมกันได้หรือไม่
ได้ หน่วยบริการอาจเลือกใช้วิธีใดวิธีหนึ่งหรือใช้ทั้งสองวิธีร่วมกัน ขึ้นอยู่กับข้อมูลที่มีอยู่และคำถามที่ต้องการตอบในแต่ละกรณี
ถ้าผลคัดกรองกับผลยืนยันไม่ตรงกันต้องกังวลหรือไม่
ไม่ใช่ความผิดพลาดของวิธีใดวิธีหนึ่ง เพราะแต่ละวิธีวัดคนละสิ่ง การไม่ตรงกันเป็นข้อมูลที่ทีมผู้วัดใช้ประกอบการวางแผนติดตามผลต่อ ผู้ปกครองสามารถถามทีมที่ทำการวัดได้โดยตรง
ต้องเตรียมอะไรไปในวันนัดประเมินยืนยัน
นำข้อมูลจากการคัดกรองครั้งก่อนและประวัติครอบครัวที่เกี่ยวข้องไปด้วย และสอบถามล่วงหน้าว่าวันนั้นจะใช้วิธีใดและมีข้อกำหนดเรื่องการง่วงของเด็กหรือไม่
ขั้นตอนถัดไปของการติดตามผล
หากต้องการทำความเข้าใจภาพรวมของการคัดกรอง วิธีที่ใช้ และกรอบเวลาติดตามผล เริ่มจากหน้าหลักของศูนย์ข้อมูล หรือดูคำถามที่พบบ่อยเพื่อเตรียมคำถามสำหรับทีมผู้วัด