กลุ่มเสี่ยงและกรอบเวลาติดตามผลหลังคัดกรอง
การคัดกรองทำกับทารกแรกเกิดทุกรายอยู่แล้ว แต่บางครอบครัวมีข้อมูลที่ทำให้ทีมดูแลเลือกติดตามใกล้ชิดขึ้น และการมีข้อมูลนั้นช่วยให้วางแผนการนัดตรวจซ้ำได้เหมาะกับกรณีของแต่ละบ้านมากขึ้น
ข้อมูลที่ช่วยวางแผนการนัด
ทำไมบางครอบครัวต้องให้ความสำคัญมากกว่าปกติ
ข้อมูลที่ควรแจ้งตั้งแต่ครั้งแรก
ประวัติคนในครอบครัวที่หูตึงตั้งแต่ยังเล็ก วิธีที่ใช้ในการคัดกรองครั้งแรก และช่วงที่เด็กร้องหรือดิ้นระหว่างวัด
สิ่งที่ข้อมูลนี้เปลี่ยน
การจัดลำดับความสำคัญของการนัด และการเลือกรูปแบบการวัดครั้งถัดไปให้เหมาะกับเด็กคนนั้น
ตัวอย่างปัจจัยที่มักถูกจัดเป็นกลุ่มเสี่ยง
-
ประวัติในครอบครัว
มีคนในครอบครัวหูตึงตั้งแต่ยังเล็ก ข้อมูลนี้ช่วยให้ทีมดูแลวางแผนการนัดตรวจซ้ำให้เหมาะกับกรณีของครอบครัวมากขึ้น
-
อยู่ในช่วงทารกแรกเกิดที่มีข้อบ่งชี้ให้ตรวจซ้ำ
ทารกบางรายมีข้อมูลระหว่างการดูแลช่วงแรกเกิดที่ทำให้ควรวัดซ้ำอีกครั้งก่อนครบกำหนดติดตามตามปกติ
-
วัดครั้งแรกไม่ได้ผลเพราะเด็กดิ้นหรือมีเสียงรบกวน
การที่ผลครั้งแรกออกมาไม่ชัดเจนอาจมาจากสภาพแวดล้อมหรือจังหวะของเด็ก ไม่ใช่ตัวเด็กเอง จึงต้องวัดซ้ำในสภาวะที่สงบกว่า
-
ข้อมูลที่แจ้งเจ้าหน้าที่ตั้งแต่การคัดกรองครั้งแรก
การบอกข้อมูลให้ครบตั้งแต่ต้นทำให้ทีมประเมินได้ว่าควรนัดในจังหวะใด และควรใช้วิธีวัดแบบใดในครั้งถัดไป
ตรวจซ้ำภายใน 1 เดือนทำอะไรบ้าง
คำถามที่ควรถามก่อนวันนัด
- วันนั้นจะใช้วิธีวัดแบบใด และใช้เวลาประมาณเท่าไร
- ควรให้บุตรหลับหรือตื่นก่อนเข้าห้อง
- ผลครั้งแรกออกมาแบบใด และมีช่วงที่ดิ้นหรือไม่
ทำไมต้องเว้นช่วง
การเว้นช่วงสั้น ๆ ให้เด็กได้พักและปรับสภาพก่อนวัดครั้งถัดไปช่วยลดโอกาสที่ผลจะออกมาไม่ชัดเจนจากสาเหตุเดิม ๆ การนัดในเดือนแรกจึงเป็นการจัดสภาพการวัดให้ดีขึ้น ไม่ใช่การเลื่อนออกไป
สิ่งที่เตรียมไปด้วย
เตรียมคำถามที่ค้างอยู่ในใจและข้อมูลการวัดครั้งแรกไปด้วย ข้อมูลที่ครบจะทำให้การนัดครั้งถัดไปสั้นลงและตรงจุดขึ้น
ขั้นถัดไปเมื่อผลครั้งที่สองยังไม่ผ่าน
การประเมินยืนยันด้วย ABR หรือ ASSR ให้ข้อมูลที่ละเอียดกว่าการคัดกรอง และต้องอาศัยการนอนนิ่งของเด็ก
ถ้ายังไม่ผ่านหลังตรวจซ้ำ
ทำความเข้าใจการประเมินยืนยันกรอบเวลา 3 เดือนทำงานอย่างไร
-
คัดกรองครั้งแรก
ทำได้ตั้งแต่เด็กอายุประมาณ 2 วันขึ้นไป เป็นการวัดเบื้องต้นเพื่อดูว่าควรติดตามต่อหรือไม่
-
ถ้าไม่ผ่าน — นัดตรวจซ้ำภายใน 1 เดือน
การวัดอีกครั้งในสภาพที่สงบกว่า เพื่อตัดปัจจัยรบกวนออกไป และดูผลที่ชัดเจนขึ้น
-
ถ้ายังไม่ผ่าน — ส่งต่อประเมินยืนยัน
ใช้วิธี ABR หรือ ASSR เพื่อเก็บข้อมูลให้ละเอียดขึ้นก่อนวางแผนติดตามผล
-
เป้าหมาย — ได้ข้อสรุปภายในอายุ 3 เดือน
ลำดับนี้เป็นโครงที่ใช้สื่อสารกันทั่วไป รายละเอียดจริงขึ้นกับดุลพินิจของทีมที่ดูแลบุตรของคุณ
สิ่งที่ผู้ปกครองทำได้ระหว่างรอ
เตรียมข้อมูลการวัดครั้งแรก
ครั้งแรกใช้วิธีใด ผลออกมาแบบใด มีช่วงที่เด็กดิ้นหรือมีเสียงรบกวนหรือไม่
ทบทวนประวัติในครอบครัว
ในครอบครัวมีประวัติหูตึงตั้งแต่ยังเล็กหรือไม่ ข้อมูลนี้ช่วยให้ทีมวางแผนการนัดได้เหมาะกับกรณี
ยืนยันวันนัดล่วงหน้า
โทรหรือสอบถามหน่วยบริการล่วงหน้า และถามให้ชัดว่าวันนั้นจะใช้วิธีวัดแบบใด
เขียนคำถามไว้ล่วงหน้า
รวมคำถามที่ค้างอยู่ในใจไว้ในที่เดียว เพื่อไม่ให้ลืมถามในวันที่นัด
เมื่อไรควรถามเพิ่มกับหน่วยบริการ
ช่องทางของศูนย์ข้อมูล
วันจันทร์–วันศุกร์ 09:00–18:00 น.
โทร +66 2 001 9988 หรืออีเมล [email protected]
ส่งคำถามถึงศูนย์ข้อมูล
สรุปไทม์ไลน์แบบสั้น
คัดกรองครั้งแรก
ตั้งแต่เด็กอายุประมาณ 2 วันขึ้นไป
ตรวจซ้ำ
นัดภายใน 1 เดือนเมื่อผลครั้งแรกไม่ผ่าน
ประเมินยืนยัน
ด้วย ABR หรือ ASSR เมื่อตรวจซ้ำยังไม่ผ่าน
เป้าหมาย
ได้ข้อสรุปภายในอายุ 3 เดือน